19 October 2021

Fancy Kid

รีวิวหนังดีๆ เว็บซีรีย์เด็ดๆ ดีต่อใจที่คุณไม่ควรพลาด

Geostorm

Geostorm ภาพยนตร์ภัยธรรมชาติเล่นกับวิกฤตและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี

ใครจะรู้ว่าในอนาคตข้างหน้า เราจะเป็นผู้กำหนดดินฟ้าอากาศได้ด้วยน้ำมือมนุษย์ และใครจะรู้ว่า ภัยธรรมชาติ ที่เกิดขึ้นมันจะไม่ใช่เกิดขึ้นเองตามความเชื่อวันสิ้นโลกอีกต่อไป ซึ่งในบทความนี้ผู้เขียนจะมาขอรีวิวภาพยนตร์เรื่อง Geostorm หรือชื่อภาษาไทยว่า…เมฆาถล่มโลก ที่ผู้เขียนมองว่าเป็นภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับภัยธรรมชาติที่ไม่ได้จู่ๆ เกิดขึ้นเองเหมือนภาพยนตร์เรื่อง The Day After Tomorrow, 2012, Tsunami และเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวกับภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นเอง แต่มันต่างกันตรงที่เราทำให้มันผิดเพี้ยนเสียเอง จะมีความน่าสนใจมากน้อยแค่ไหน และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีจะ “ทำพิษ” ยังไงบ้าง จะขอรีวิวภาพยนตร์เรื่องนี้ผ่านบทความได้ดังนี้ว่าเพราะอะไรที่บทความ รีวิวหนังดีๆ

Geostorm

Geostorm ภาพยนตร์ภัยธรรมชาติเล่นกับวิกฤตและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี

สิ่งที่จะรีวิวจากการที่ได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้ มันเป็นภาพยนตร์แนววิทยาศาสตร์สูงมาก เมื่อต้นเรื่องได้มีการพูดถึง “Dutch Boy” ซึ่งเป็นชื่อดาวเทียมที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันภัยธรรมชาติ ทำเพื่อให้โลกสงบสุขโดยไม่มีภัยธรรมชาติอะไรเข้ามาเกิดขึ้น และพระเอกของเรื่องชื่อว่า “เจค” เป็นหนึ่งในผู้สร้างดัชบอยด้วย แต่เหมือนกับว่าพระเอกไม่ค่อยโอเคกับวัตถุประสงค์นี้สักเท่าไหร่ มันไม่ต่างอะไรจากฝืนสภาพอากาศตั้งแต่เดิม พระเอกเลยโดนไล่ออกจากงาน แต่ให้ “แม็ก” เป็นคนดูแลโครงการนี้แทน

Geostorm

ซึ่งแม็กก็เป็นน้องชายพระเอกนี่แหล่ะ และแม็กก็มีเพื่อนชาวฮ่องกงชื่อ “เช็ง” ด้วยเช่นกัน ผลจากการใช้ดาวเทียมเพื่อทำลายภัยธรรมชาติที่จะเกิดขึ้น แน่นอนว่าสภาพอากาศรวนตามมา ในสามปีต่อมาอัฟกานิสถานกลายเป็นพื้นที่น้ำแข็ง คลื่นยักษ์ที่ดูไบ อุณหภูมิสูงใต้พิภพที่ฮ่องกง พายุขนาดมหึมาที่อินเดีย พายุลูกเห็บที่ญี่ปุ่น พายุสายฟ้าที่ออร์แลนโด แล้วที่น่าตกใจไปกว่านั้น สถานีอวกาศยังตั้งระบบเพื่อทำลายตัวเองอีกด้วย เช็งเห็นความผิดปกติตรงที่เข้าระบบดาวเทียมไม่ได้ เลยได้คำใบ้ว่า “โปรเจคต์ซุส” เขาจะเอาเรื่องนี้บอกแม็ก

แต่ถูกฆ่าปิดปากเสียก่อนที่จะเปิดเผยเรื่องราว เจคจะเข้าระบบแต่โดนไวรัสเล่น แล้วแม็กก็ได้รู้ว่าโปรเจคต์ซุสก็คือ Geostorm นั่นเอง ซึ่งมันเป็นการจำลองด้วยฝีมือมนุษย์ จึงกลายเป็นความน่าสะพรึงกลัวเหมือนมัจจุราชเข้ามาโลกนี้อย่างรวดเร็ว โดยรวมภาพยนตร์เรื่องนี้สอดแทรกการเมืองเข้ามาเต็มๆ เพราะขนาดในประวัติศาสตร์ สงครามก็เกิดจากความขัดแย้งของมนุษย์ เรื่องนี้เช่นกัน ในส่วนของรองประธานาธิบดีตั้งใจจะทำลายประเทศมหาอำนาจอื่นๆ เพื่อให้ประเทศสหรัฐอเมริกาขึ้นเป็นใหญ่หนึ่งเดียวของโลก และพระเอกสามารถแก้ไขระบบได้ทันท่วงทีก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

จะเห็นได้ว่าภัยธรรมชาติที่น่ากลัวที่สุด ก็คือภัยธรรมชาติที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์นี่แหล่ะ ถ้ามองในทางกลับกัน ถ้าพระเอกปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไป มองข้ามมันไป แล้วมนุษยชาติที่เหลืออยู่จะอยู่อย่างไร สิ่งแวดล้อมที่มีจะเป็นยังไงต่อถ้าหากมันเกิดขึ้นจริงๆ เราต้องถามตัวเองว่า…เราจะใช้ชีวิตที่เหลือยังไง

วันนี้แอดมีอีกหนึ่งเว็บไซต์ที่มีเกมสนุกสนานมากมาย ด้วยภาพและสีสดที่สวยงามแถมเอฟเฟ็กที่น่าตื่นเต้นแถมเล่นแล้วได้ตังใช้อีกด้วยที่เว็บไซต์ ufa777