19 August 2022

Fancy Kid

รีวิวหนังดีๆ เว็บซีรีย์เด็ดๆ ดีต่อใจที่คุณไม่ควรพลาด

รีวิว The Silence (เงียบให้รอด) พล็อตเรื่องเดิมๆ แต่สนุกและน่าติดตามมากๆ

หลังจากที่มีหนังที่ห้ามมอง เพราะอาจจะถึงแก่ชีวิตได้อย่าง “Bird Box” และหนังที่ห้ามกระทำการใดๆที่อาจจะมีเสียงอย่าง “The quiet place” ไปแล้วนั้น วันนี้เราจะมาแนะนำให้ดูหนังต่างชาติอีกเรื่องหนึ่ง ที่จะเป็นเรื่องราวที่เหมือนเอาหนังทั้ง 2 เรื่องนี้มาผสมกัน เอาล่ะสิ…ถ้าชีวิตจริงมีแบบนี้คงวุ่นวายน่าดูเลยทีเดียว และสำหรับวันนี้เราจะพาทุกคนมาดู รีวิว The Silence (เงียบให้รอด) กันเลย

รีวิว The Silence (เงียบให้รอด)

ชื่อเรื่อง : “The Silence”

แนว : ตื่นเต้น สยองขวัญ

นักแสดง : Kiernan Shipka, Stanley Tucci, Miranda Otto, John Corbett

บทภาพยนตร์ : Carey Van Dyke, Shane Van Dyke

ผู้กำกับ : John R. Leonetti

ค่าย : Netflix

วันฉาย : 10 เมษายน 2019

เวลา : 1 ชั่วโมง 30 นาที

IMDb : 5.3

รีวิว The Silence (เงียบให้รอด)

เรื่องย่อ

เรื่องราวของครอบครัวหนึ่งที่ต้องอยู่กับความเงียบมานานหลายปี เนื่องจากลูกสาวของพวกเขาหูหนวกจากอุบัติเหตุ แต่ในวันหนึ่งพวกเขาต้องหนีออกจากเมืองไปทางเหนือเพื่อหนีสัตว์ประหลาดที่มีลักษณะคล้ายๆค้างคาว เพียงแต่ว่าพวกมันไม่มีตา ทำให้มันมองไม่เห็นและใช้หูในการออกล่าเหยื่อเท่านั้น ซึ่งการที่พวกมนุษย์จะอยู่รอดให้ได้นั้น ทุกคนจะต้องเงียบให้มากที่สุด

งียบให้รอด)

รีวิว The Silence (เงียบให้รอด)

สำหรับหนังเรื่องนี้มีเค้าโครงมาจากหนังสือเรื่อง The Silence เขียนโดย Tim Lebbon ที่วางขายเมื่อปี 2015 อีกทั้งหนังเรื่องนี้ยังได้ผู้กำกับอย่าง John R. Leonetti ที่เคยกำกับหนังเรื่อง Annabelle มาก่อนด้วย ทำให้มันก็ไม่ใช่เรื่องยากเลยในการตัดสินใจที่จะดูหนังเรื่องนี้เลย  แต่เอาจริงๆตอนแรกเราก็แอบสับสนนิดหนึ่งนะ ว่ามันเป็นหนังเรื่องเดียวกันกับ The quiet place หรือเปล่า เพราะอย่างที่บอกแหละว่า เนื้อเรื่องมันคล้ายๆกันเลย อารมณ์แบบว่า อย่าเสียงดังนะ ถ้าเสียงดังคือตายนะ ประมาณนั้น

ครอบครัวหลัก

แต่หลังจากที่ได้ดูแล้ว คือตัวหนังเรื่องนี้มันก็มีเรื่องราวที่น่าสนใจอยู่ในตัวของมัน ที่ไม่เหมือนใครอย่างแน่นอน เนื้อเรื่องคือจะคอยหาเหตุการณ์ต่างๆมาให้ตัวละครต้องพบเจอตลอดท่ามกลางฝูงสัตว์ประหลาดนี้ เรียกได้ว่าพาเราลุ้นตามไปด้วยในทุกๆตอนได้เลยทีเดียว แต่ติดแค่นิดหน่อยตรงที่เหมือนเนื้อเรื่องมันตัดจบไวไปนิด น่าจะเพิ่มเวลาอีกสักหน่อย เนื้อเรื่องน่าจะสมบูรณ์มากกว่านี้ และในส่วนของนักแสดงนำทุกคนก็เรียกได้ว่าแสดงออกมาได้อย่างดี สมบทบาททุกคนเลย ทำเอาเราอินตามไปด้วย

กลุ่มลัทธิ

สำหรับใครที่ยังไม่เคยดู เราว่าตัวหนังมันโอเคนะ ถึงแม้จะไม่ได้มีจุดพีคอะไรมากมาย อย่างในเรื่องที่จะมีพวกกลุ่มลัทธิที่คอยมาป่วน แต่ก็ไม่ได้มีความหมายอะไรมากมายเป็นพิเศษ อาจจะเรียกได้ว่า เพิ่มพวกกลุ่มลัทธินี้เข้ามาแต่ใช้ได้ไม่ค่อยคุ้มค่าสักเท่าไร แต่ต้องยอมรับเลยว่า ในส่วนของตัวหนังก็พาเราตื่นเต้นตามไปได้ตลอดทั้งเรื่องได้เลย

ตัวอย่าง

หากคุณไม่อยากพลาดทุกข้อมูลเกี่ยวกับการรีวิวหนังดีๆ อย่าลืมติดตามกันได้ที่ Fancy-kid.com