20 September 2020

Fancy Kid

รีวิวหนังดีๆ เว็บซีรีย์เด็ดๆ ดีต่อใจที่คุณไม่ควรพลาด

รีวิว Tall Girl (รักยุ่งของสาวโย่ง) หนังสัญชาติอเมริกัน จาก Netflix

ยอมรับเลยว่าช่วงนี้เสพหนังวัยรุ่นอเมริกันบ่อยมาก ล่าสุดก็เรื่อง “The Kissing Booth” ทั้งภาค 1 และภาค 2 เลย คือเรามีความรู้สึกว่า ส่วนใหญ่แล้วหนังของอเมริกัน จะเน้นไปทางหนังแนวฟีลกู๊ดซะเป็นส่วนใหญ่เลย คือแบบว่าดูแล้วไม่อึดอัดแล้วก็ไม่เครียดจนเกินไป อย่างวันนี้เราก็จะพามาดูหนังสัญชาติอเมริกันกันกันอีกเรื่องหนึ่ง ไปพร้อมกับการ รีวิว Tall Girl (รักยุ่งของสาวโย่ง) นั่นเอง ไปดูกันเลยดีกว่าว่าจะเป็นยังไงกันบ้าง

รีวิว Tall Girl

ชื่อเรื่อง : “Tall Girl” (รักยุ่งของสาวโย่ง)

แนว : คอมเมดี้ครอบครัว

นักแสดงนำ : Ava Michelle Cota, Griffin Gluck, Luke Eisner

ผู้กำกับ : Nzingha Stewart

ค่าย : Netflix

วันฉาย : ปี 2019

เวลา : 1 ชั่วโมง 42 นาที

IMDb : 5.2

รักยุ่งของสาวโย่ง

เรื่องย่อ

เรื่องราวของ “โจดี้” (รับบทโดย Ava Michelle Cota) เด็กสาววัยรุ่นที่มีความสูง 187 เซนติเมตร ซึ่งถือว่าสูงมากกว่าคนอื่นๆในวัยเดียวกันเป็นอย่างมาก และนั่นก็ทำให้เธอโดนบูลลี่จากเพื่อนวัยเดียวกันมาโดยตลอด จนในวันหนึ่งเธอต้องการมีความรักกับผู้ชายซักคนหนึ่ง แต่คนๆนั้นต้องสูงกว่าเธอเท่านั้น จนทำให้เธอมองข้าม “ดังเกิลแมน” (รับบทโดย Griffin Gluck) ชายหนุ่มที่หลงรักเธอที่ในสิ่งที่ตัวเธอเป็นมาตั้งแต่ไหนแต่ไร และในวันหนึ่งการรอคอยของเธอก็สิ้นสุดลง เมื่อ “สติ้ก” (รับบทโดย Luke Eisner) นักเรียนแลกเปลี่ยนจากสวีเดน ก้าวเข้ามาในรั้วโรงเรียนที่เธออยู่ นั่นทำให้หัวใจของเธอพองโตขึ้นมาอีกครั้ง เธอจะสามารถทำให้สติ้กหันมามองเธอได้หรือไม่ ต้องไปติดตามชมกันต่อได้เลย

รีวิว Tall Girl

รีวิว Tall Girl (รักยุ่งของสาวโย่ง)

หลังจากที่ได้ดูหนังเรื่องนี้จนจบ เรามีความรู้สึกว่าหนังมันฟีลกู๊ดมาก เรียกได้ว่ามันฟีลกู๊ดมากจนแทบไม่มีเนื้อหาสาระอะไรเลย มันจะเป็นเหมือนเรื่องราวของคนๆหนึ่งที่มีลักษณะทางกายภาพอย่างเรื่องของ “ความสูง” ที่แตกต่างจากคนอื่นๆ และยิ่งในสังคมอเมริกันด้วย การที่มีอะไรที่ผิดแผกแปลกไปจากคนปกตินั้น ก็ล้วนจะถูกโจมตีหรือถูกบูลลี่ด้วยกันทั้งสิ้น

รีวิว Tall Girl

ซึ่งตัวหนังนั้นในช่วงครึ่งเรื่องแรก มีการเดินเรื่องมาอย่างดี นางเอกของเรื่องมีความโดดเด่นเป็นอย่างมาก แต่หลังจากกลางเรื่องไปแล้วนั้น เนื้อเรื่องมันสะเปะสะปะไปหมดเลย ไม่มีอะไรให้น่าตื่นเต้นหรือชวนติดตามต่อไปได้จนจบไเลย เพราะหลังจากที่ดูไปครึ่งเรื่องแล้ว เราก็สามารถเดาตอนจบไปแบบเป๊ะๆ ไม่ใช่เราเก่งหรืออะไรหรอกนะ แต่คือมันเป็นพล็อตเรื่องเดิมๆ ไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่เลย เอาเป็นว่า สำหรับใครที่ดูแล้วรู้สึกชอบ ก็ดูต่อจนจบเลยก็ได้ แต่สำหรับเราขอข้ามก่อนก็แล้วกัน เรารู้สึกผิดหวังกับหนังเรื่องนี้มากๆ หรืออาจจะเพราะเราตั้งความหวังเอาไว้สูงด้วยมั้ง

ตัวอย่าง

หากคุณไม่อยากพลาดทุกข้อมูลเกี่ยวกับการรีวิวหนังดีๆ หรือข่าวสารเกี่ยวกับหนังต่างชาติอื่นๆ เช่น รีวิวหนัง 1992 จากสตีเฟน คิง หนังที่บอกเล่าเรื่องของกฎแห่งกรรมได้เป็นอย่างดี อย่าลืมติดตามกันต่อได้ที่ Fancy kid